[OS] JINKOOK :: 하루만

posted on 13 Apr 2014 17:07 by grapekung

TITLE :: 하루만

RATE :: ไม่บอกหรอก อิอิ XD

TALK :: เหตุเพราะน้องกุกในฮารุมันล้วนๆ TT v TT สนองนี้ดตัวเองอย่างจริงจังมาก อยากเกิดเป็นพี่จินมาก อยากกินน้องมาก เลยแต่งฟิคมาด้วยความเอ็นดูน้องอย่างที่สุด แนะนำให้นึกภาพน้องในเอ็มวีฮารุมันนะคะ หวานๆอุ่นๆงี้เบยT_T

  สกรีมติดแท็กเดิมนะคะ #พี่จินกินเด็ก

 

แค่เพียงวันเดียว ให้ผมได้อยู่กับคุณ

.

.

.

ทีเถอะ T____________T

 

           

ไม่ไหวแล้ว.. คิม ซอกจินคนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ใช้ใครใช้ทำตัวน่ารักขนาดนี้ล่ะครับ อยากจะจับมาฟัดเหลือเกิน..

 

สาเหตุหนึ่งที่ผมทนไม่ไหวก็คงจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ผมกับน้องไม่เคยได้อยู่ด้วยกันเลยมั้งครับ น้องชอบไปเล่นกับไอ่วีตลอด ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนทิ้งเลยล่ะ แบบเห็นหน้าน้องทีไรก็อยากเข้าไปขย้ำอ่ะ หมั่นเขี้ยว

 

 วันนี้เป็นวันถ่ายเอ็มวีฮารุมัน..

แล้วยังไงน่ะเหรอครับ ก็คือจองกุกน่ารักมาก น่ารักจนพี่จินทรงตัวไม่ไหวแล้วงับบบ T/////////T  พี่สไตล์ลิสจัดคอสตูมให้น้องแบบนี้ทำเอาผมคลั่งได้เลย เสื้อปาดไหล่เผยให้เห็นไหปลาร้าโผล่มานิดๆ เพมาะสมกับส่วนคอระหงส์ เนื้อผ้าสีครีมอ่อนๆที่แทบจะกลืนไปกับผิวขาวนวลนั้นอีก.. แต่มีหรือที่สายตาจองคิมซอกจินคนนี้จะมองเพียงแค่นั้น

 

ไม่เลย

 

ผมมองเห็นด้วยว่าน้องตัวบางแค่ไหน

 

ผมไม่รู้ว่าผมจ้องเขาเป็นเวลานานแค่ไหน จนตอนที่ผมได้สบตากับดวงตากลมโตนั่นถึงได้ร็ว่า ผมจ้องเขานานเกินไปแล้ว หากแต่เป็นฝ่ายนั้นที่หลบสายตาไปก่อน ใบหน้าน่ารักนั้นแดงซ่านไปถึงใบหู

 

อ่า.. น่ผมจ้องเขาด้วยสายตาแบบไหนกันนะ

 

“เอาล่ะ ใครที่ยังไม่ได้แต่งหน้ามาทางนี้เลยจ้ะ” เสียงพี่สไตล์ลิสดังขึ้นก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวแฃ้วละสายตาออกไปจากร่างบางๆนั่น ผมพบว่าเหลือแค่เราสองคนที่ยังไม่ได้แต่งหน้า

 

เราได้นั่งเก้าอี้ใกล้กัน ทันทีที่หย่อนกายลงนั่งผมก็ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าบรรจงแต่งไปเรื่อยๆ แต่ผมบังคับสายตาตัวเองไม่ได้จริงๆ ให้ตาย.. ผมเผลอจับจ้องจองกุกผ่านกระจกบานใส พออีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมผ่านกระจกก็หรุบตาลงต่ำก้มมองมือตัวเองที่บีบกันแน่นอยู่บนตัก

 

นี่ผมชักสงสัย

ผมมองภาพนั้นอย่างไม่เข้าใจ น้องเป็นอะไร จะทำท่าทางเกร็งๆแบบนี้ ไม่เข้าหาเขาแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน

 

“เสร็จแล้วจ้ะเด็กๆ” ช่างแต่งหน้าของพวกเราพูดขึ้นพร้อมกันก่อนทั้งคู่จะออกจากห้องไป ทำให้ตอนนี้เหลือแค่เราสองคน

 

ผมอยากคลายข้อสงสัย

 

จองกุกกำลังจะเดินออกจากห้องนี้ไปโดยที่ไม่สนใจผมเลย แต่มีหรือที่แมวจะเร็วกว่าเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ ผมคว้าข้อมือเล็กไว้ จองกุกสะดุ้งเฮือก

 

ผมรีบล็อคประตูทั้งๆที่ยังจับข้อมือนั้นอยู่ ลากเก้าอี้มานั่นจับให้อีกคนนั่งซ้อนบนตัก ละจากข้อมือเปลี่ยนเป็นโอบเอวน้องไว้หลวมๆ

 

“ไหนจองกุกเป็นอะไร บอกพี่ซิครับ ” คำพูดข้อร้องอ้อนวอนแกมบังคับหลุดออกจากปากผม พลางเอาเคยไปเกยไหล่เล็กกๆนั่น รู้สึกได้เลยว่าน้องตัวสั่นเหมือนแผ่นดินไหว0.001ริกเตอร์

 

“ปะ เปล่าฮะ” จองกุกตอบตะกุกตะกัก จะเปล่าได้ไง ก็เห็นๆอยู่ว่าไม่สนใจกันเลยนี่ ผมรวบเอวน้องแน่นขึ้น เอาแก้มแนบไปกับช่วงคอขาวๆของอีกคน

 

“จริงเหรอครับ แล้วทำไมช่วงนี้เมินพี่นักล่ะ ไม่เห็นเล่นกับพี่เหมือนที่เล่นกับไอ่วีเลยนี่ ”

ผมกับจองกุก เรารู้ว่ามีความรู้สึกดีๆต่อกัน ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งล่วงล้ำไปมากกว่าพี่น้องคนพิเศษ แต่ผมโคตรน้อยใจเลยว่ะ สับสนจริงๆ

 

ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆ

ปังๆๆๆๆๆๆๆ!!!!

“จินฮยองกับกุกกี้อยู่ในนั้นหรือเปล่า!!?” เสียงเมมเบอร์ทุบประตูเรียกพวกเราจากหน้าก้อง “อีกไม่ถึงสิบนาทีเราจะเริ่มถ่ายเอ็มวีกันแล้วนะ!”

 

“เออรู้แล้วน่า กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” ผมตะโกนกลับอย่างหัวเสียที่มีคนมาขัดจังหวะการสอบสวนของผม แต่เอาไงดีล่ะ เวลามันก็น้อยเหลือเกินแถมความจริงจากปากก็ยังไม่ได้พบ ผมจิ๊ปากด้วยความขัดใจ

คนบ้าอะไรจะเงอะงะได้ขนาดนี้วะ (กูเนี่ย)

 

“เอ่อ ผมไปก่อนนะครับ พี่จินก็ตั้งใจทำงานนะ! !” จองกุกเอ่ยบอกก่อนจะลุกออกไปจากตักผมอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันให้ตั้งตัว

 

แต่กระนั้นความเงอะงะที่มีมากก็สู้ความเร็วในการรวบตัวน้องไม่ได้อยู่ดี

 

ผมรวบเอวน้องมาไว้ในอ้อมกอดของผมอีกครั้งจนหน้าผากมนนั่นกระทบกับอกแกร่งของผมเบาๆ อดหัวเราะกับท่าทางที่ลูบผมป้อยๆนั่นอย่างเอ็นดูไม่ได้

 

ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งน่ารักนะ เหมือนเวลามันหยุดหมุนตอนที่ผมได้จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่มักจะหลบตาผมตลอดเวลา จมูกรั้นๆ แก้มยุ้ยๆสีชมพูฝาด  เรื่อยไปถึงปากอิ่มสีนู้ดพีชเข้ากับผมสี้น้ำตาลเข้มออกแดงของเจ้าตัว

 

ความหลงใหลก่อเกิดการกระทำ

 

ผมเชยคางน้องขึ้นมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะบรรจงแนบริมฝีปากอุ่นลงบนกลีบปากนุ่มหยุ่นนั้น จูบเบาๆไม่มีการรุกล้ำใดๆ ผมรู้สึกได้อีกครั้งว่าน้องตัวสั่นเทิ้ม

 

เราจูบกันไม่บ่อยนัก เพราะยากจริงๆที่จะหาโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนได้ ผมเริ่มบดเบียดลงไปให้แนบสนิทยิ่งขึ้นอีก จองกุกไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด รับสัมผัสด้วยการปิดเปลือกตาเหมือนแมวน้อยโดนกล่อม

 

โอ๊ย น่ารักจริงๆครับ

 

“เฮ้!! ยังไม่ออกมากันอีก ไม่งั้นฉันจะพังประตูนะ บ้าจริงๆเลยพวกนาย!” เสียงนัมจุนดังเข้ามาในโสตประสาท ผมผละจากริมฝีปากน้องอย่างอ้อยอิ่ง

 

“หึ.. ตั้งใจทำงานเหมือนกันล่ะ” ผมโยกหัวจองกุกสองสามที แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก ผมแน่ใจนะว่าพี่ช่างแต่งหน้าไม่ได้มาเติมบรัชออนให้เขา

 

ปังๆๆๆๆๆ!!

“รู้แล้วโว้ยยยยยยยยย!!”

 

……………………………………………………….

 

น้องแม่งน่ารัก น่าฟัด น่าขย้ำ จริงๆอ่ะ T_________________T

ตั้งแต่ถ่ายเอ็มวีจนถึงกลับหอผมก็ไม่ได้เข้าใกล้น้องอีกเลย ตอนนี้ผมได้แค่นั่งแหง่วอยู่ในห้องนอนคนเดียวขณะที่คนอื่นๆเล่นกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

เป็นพี่ใหญ่แต่ทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา

“เฮ้ พวกนาย เล่นกันเบาๆหน่อยสิ” ผมโผล่หัวออกไปบอกเด็กข้างนอก จริงๆแล้วไม่ได้เสียงดังเท่าไหร่ เพียงแค่อยากส่องว่าจองกุกทำอะไรอยู่ก็เท่านั้น ผมเห็นน้องกำลังยิ้มให้ไอ่วีเลยล่ะ..

“จองกุกมาหาพี่ข้างในหน่อย” ผมเรียกจองกุกด้วยน้ำเสียงดุดัน(แค่อยากแกล้ง)ก่อนจะปิดประตูแล้วยืนรอสองวินาที “พี่จิน ผมมาแล้วฮะ” ทันทีที่น้องก้าวเข้ามาในห้องผมก็รีบรวบตัวน้องไว้ทันทีก่อนจะล็อคประตูให้เรียบร้อย

 

“มานี่เลยมา” ผมลากน้องขึ้นมานั่งซ้อนตัวผมอยู่บนเตียง จริงๆมันก็คือนั่งตักนั่นแหละแต่ผมจับให้น้องเอนตัวพิงผมไว้ด้วย “เรายังไม่ได้ตอบพี่เลยนะครับ ว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้เมินพี่จัง”

 

“ผมไม่ได้เมินนะพี่จิน” จองกุกพูด

 

“แล้วอะไรล่ะครับ”

 

“ ผมก็แค่.. ”

 

“แค่..” จองกุกแผ่วเสียงลงอย่างไม่มั่นใจว่าจะพูดดีไหม นิ้วมือกุมกันแน่น “บอกมาเถอะน่า” ผมเร่งเร้า

 

“แค่ทนไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้พี่ฮะ! ”

 

“เหมือนหัวใจจะเบิดมานอกอก ล..เลย!”

 

“ผมรู้สึกเหมือนคนไม่สบายถ้าผมได้เข้าใกล้พี่ฮะ ตัวร้อนๆ แก้มแดง ใจสั่นไปหมดเลยย!” หืม เป็นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

“ไม่ใช่คนเพิ่งมาตกหลุมรักกันนี่” ผมพูด เอาจริงๆผมคิดว่าน้องน่าจะรู้นะว่าเราสองคนมีความสัมพันธ์แปลกๆอยู่

“ผมรู้ฮะ แต่มันห้ามไม่ได้.. จริงๆ..”

“งั้นเหรอ”

จองกุกตัวสั่นอีกครั้งตอนที่ผมเริ่มไล้มือเข้าไปใต้เสื้อยืดสีแดง ลูบที่หน้าท้องบางๆของจองกุก น้องเป็นคนร่างบางมากจริงๆครับ แถมผิวยังเนียนมากอีกด้วย เสียงใสครางอือในลำคอ ก่อนผมจะจับตัวน้องให้หันหน้าเข้าหากันทั้งๆที่น้องยังนั่งอยู่บนตัก กลายเป็นว่าน้องนั่งคร่อมผมไหวในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

“งั้นคืนนี้ลองใช้เวลาอยู่กับพี่ทั้งคืนเลยนะ จะได้ชินไง” ผมยิ้มมุมปากก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าจะขย้ำกระต่ายน้อย จองกุกหน้าแดงจัดเหมือนดอกกุหลาบ ผมเชยคางมนขึ้นมาช้าๆก่อนจะแนบริมฝีปากลงไป ครั้งที่สองของวันที่เราจูบกัน ยิ่งจูบผมยิ่งต้องการ ยิ่งอยากครอบครอง

ผมบดขยี้ริมฝีปากน้องแผ่วเบาราวกลับว่ากลัวมันจะช้ำ เสียงจองกุกครางผะแผ่วในลำคอ ปลายนิ้วเล็กๆกำลังเคลื่อนจากแผ่นหลังมาโอบรอบคอของผม ลิ้นร้อนของผมไล้เลียไปที่ริมฝีปากเล็กอย่างอ่อนโยน จองกุกหลับตาครางอืม เผลอเผยอปากนิดหน่อยผมเลยได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไป จองกุกสะดุ้งตอนที่ลิ้นของเราสองคนแตะกัน ผมไล่ต้อนไปเรื่อยๆจนจองกุกจูบตอบผม มัให้ความรู้สึกวาบหวามอย่างที่ไม่เคยเป็น เราจูบกันเนิ่นนาน

“ฮื่ออ..” จองกุกขยุ้มคอเสื้อผมจนยับ ดูท่าว่าจะหายใจไม่ทัน ผมผละออกมาอย่างเสียดาย น้ำใสๆยืดเหนียวเชื่อมริมฝีปากเราสองคน จองกุกหอบหายใจรับออกซิเจนเข้าปอด

“ไง ชินบ้างหรือยังล่ะเรา” ปากของน้องบวมเจ่ออย่างช่วยไม่ได้ จองกุกไม่พูดอะไรแต่ดึงมือของผมไปทาบไว้ที่อกข้างซ้ายของน้อง ผมรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจเลย ถี่และแรงมาก

“โอ๋ๆ.. ใจเต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอ มานี่มา” ผมรวบตัวน้องมากอดไว้แนบอก ลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ สูดดมหลิ่นหอมของแชมพูให้เต็มปอด “อย่าไปเล่นกับใครให้มากนะรู้มั้ย พี่หวง” จองกุกพยักหน้าหงึกๆ “พี่จินอุ่นจัง”

ง่า.. อุ่นเหรอ ผมกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีก โดยไม่ทันตั้งตัว จองกุกเงยหน้าขึ้นมาจูบเบาๆที่ปลายคางของผม ผมแปลกใจ

“จูบอีก น้องกุกอยากจูบพี่จินอีก” ทำตาแป๋วช้อนขึ้นมอง ดวงตากลมโตวาวใสเหมือนกระต่ายน้อย ง่า.. นี่น้องอ้อนผมหรือไง

“หืม เดี๋ยวมันจะไม่ใช่แค่จูบนะเรา” ผมก้มลงจูบน้องอีกครั้ง คราวนี้เราเข้ากันได้ดีขึ้น จองกุกรู้จักหายใจและจูบตอบผมได้เก่งขึ้น นี่ผมขึ้นไปเองไหมว่าน้องจูบผมแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมประคองใบหน้าของจองกุกให้รับจูบได้ถนัดถนี่ขึ้น ลิ้นเราพันกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนน้ำใสๆเริ่มไหลออกจากมุมปากของจองกุก ผมผละจากริมฝีปากอิ่มแล้วจูบซับที่ข้างแก้ม ไล้ริมฝีปากร้อนไปเรื่อยจนถึงหลังใบหู ซุกไซร้ที่ต้นคอระหงษ์จนพอใจ

“อื้อ..” จองกุกเชิ่ดหน้าขึ้นยิ่งเพิ่มพื้นที่ให้ผมเข้าไปอีก แต่เสื้อยืดสีแดงตัวนี้ก็ยังเกะกะ จองกุกยกชูมือขึ้นให้ผมถอดให้ ผิวขาวนวลเนียนกับยอดอกสีชมพูตั้งชั้นก็ปรากฏแก่สายตา ผมซุกไปที่ลาดไหล่ของจองกุกแลบลิ้นเลียไปตามแนวไหปลาร้าที่ผมเห็นมาตั้งแต่เมื่อเช้า ขบเม้มฝังฟันคมไปอย่างหมั่นเขี้ยว ผมจับจองกุกให้นอนลงใต้ร่าง

“อื้อ..พะ..พี่จิน” จองกุกครางตอนที่ผมไปสาละวนอยู่แถวๆหน้าอกบอบบาง ผมไม่รอช้าที่จะชิมมัน แลบลิ้นเลียดูดดึงยอดอกของจองกุกด้วยความต้องการ น้องแอ่นตัวขึ้นมารับสัมผัสของผม “อ๊ะ.. อื้อ..” ผมไม่ปล่อยให้มือข้างไหนของผมว่าง ส่งมือไปกอบกุมส่วนอ่อนไหวของจองกุกที่ตอนนี้มันเริ่มนูนขึ้นมาจากอารมณ์

 “พี่จิน .. ยะ.. อย่า” จองกุกร้องห้ามตอนที่ผมจะถอดกางเกงขาสั้นของน้องออก “ผม...อาย” ฝ่ามือเล็กๆเลื่อนมาปิดบังส่วนที่น่าอายของตนเอาไว้ แต่ทำไมผมมองกริยานั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว โคตรน่ารักเลย

“ไม่เห็นต้องอายเลยครับ” ผมจูบปากอิ่มนั่นอีกครั้ง และส่งสายตาเป็นเชิงเตือน “แต่อย่าครางดังนักรู้ไหม เดี๋ยวคนอื่นจะได้ยินเอา”

“อื้อ ! ” ไม่ทันขาดคำจองกุกก็ส่งเสียงออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะดันแกล้งสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่ม เพิ่มนิ้วที่สองเข้าไปจองกุกก็รีบตะปบปากตัวเองไว้ว่ากลัวจะกลั้นเสียงไม่ได้ “อือ..”

พอคิดว่าช่องทางนั้นขยายได้ที่แล้ว ผมรีบปลดตะขอกางเกงเผยให้เห็นแก่นกายที่โป่งพองจนเกินขนาด จ่อส่วนปลายเข้าที่ช่องทางอ่อนนุ่ม กดมันเข้าไปนิดเดียวหน้าตาของจองกุกก็เหยเก หยดน้ำตาใสๆไหลออกจากดวงตาที่ปิดอยู่ ผมเอื้อมมือไปเช็ดให้

“อ๊ะ.. พะ.. พี่จิน ฮึก .. กุกเจ็บจังเลย”

“ไม่ต้องกลัว พี่จะอ่อนโยนกับเราที่สุดนะ” ค่อยๆดันแก่นกายของผมเข้าไปจนสุด แช่ไว้สักพักพอให้จองกุกชิน ร่างกายของน้องตอดรัดผมเหลือเกิน ผมแทบคลั่ง แทบจะยั้งใจไว้ไม่อยู่ พอดีกับที่จองกุกปรือตาขึ้นมอง ดวงตาฉ่ำๆนั้นส่งสายตาอ่อนวอนเป็นเชิงว่าขยับได้แล้ว

ผมเลยทำตามอย่างที่ใจต้องการ

ช่องทางของเราเสียดสีกันเบาๆแล้วค่อยเริ่มเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ร่างกายของจองกุกสั่นคลอนไปตามแรงโยก มือข้างที่ว่างบดขยี้เม็ดไตสีชมพูจนน้องครางเสียงหลงปิดปากแทบไม่ทัน ผมถอดแก่นกายที่แข็งขืนออกมาแล้วนั่งผิงหัวเตียงอีกครั้ง จองกุกมองผมด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ

“อื้อ.. พี่จินหยุดทำไม”

“มานี่สิ” ผมจับตัวจองกุกให้นั่งคร่อมผมอีกครั้ง อ้าขาให้ช่องทางตรงกับแก่นกายของ